ดิลสุดค้ม สินค้าสุขภาพและความงาม จากแบรนด์ดัง

7 ข้อต้องรู้เรื่องเบาหวาน

เบาหวานเกิดจากอะไร เป็นคำถามที่ผู้มีความวิตกกังวลว่าจะเป็นเบาหวานหรืออาจคิดว่าตนเองนั้นอาจเป็นเบาหวาน อยากจะศึกษาหาคำตอบกันว่า สาเหตุของการเป็นเบาหวานนั้นคืออะไร และตนเองกำลังเป็นเบาหวานหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงเป็นเบาหวานหรือไม่

ที่ฟังดูเหมือนจะเบ๊า เบา แต่หากเป็นเบาหวานขึ้นมาแล้ว เรื่องราวที่จะเกิดตามมาก็ไม่ได้ดูจะเบาสมชื่อเจ้าโรคนี้เลยทีเดียว เบาหวานไม่ใช่แค่เรื่องของการที่ในร่างกายมีน้ำตาลสูงเป็นระยะเวลานานเกินไป แล้วจึงต้องมาควบคุมหรือรับประทานหวานให้น้อยลงแล้วก็จะหายไปเอง แต่จริงๆแล้ว ยังมีเรื่องราวของเบาหวานที่เราควรรู้ เพื่อนำมาใช้และดูแลตัวเองและคนที่เรารักให้ห่างไกลจากเบาหวาน

1. “โรค” เบาหวาน

เบาหวานนั้นจัดเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง ไม่ใช่อาการที่เกิดชั่วครั้งชั่วคราวแล้วหายไป โรคเบาหวานนั้น หากเป็นแล้ว จะมีผลกระทบต่อร่างกายเราในการดำรงชีวิตประจำวันของเรา ทั้งด้านระบบสุขภาพร่างกายที่ต้องคอยตรวจเช็คอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากโรคเบาหวาน ไม่ว่าจะเป็น ตา หัวใจ สมอง และหลอดเลือดแดง และยังมีผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าสตางค์ของเราที่ต้องหมั่นตรวจเช็คกับแพทย์เป็นประจำเพื่อเฝ้าดูอาการต่อเนื่องตลอดเวลาเพื่อควบคุมให้อินซูลินในร่างกายให้อยู่ในระดับที่ทำงานได้อย่างปกติ 

2. อินซูลินคืออะไร

อินซูลินคือฮอร์โมนชนิดหนึ่งในร่างกายเรา ซึ่งอินซูลินนั้นถูกสร้างและหลั่งจากเบต้าเซลล์ของตับอ่อน มีหน้าที่หลักในการนำพาน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายเรา เพื่อเผาผลาญให้เป็นพลังงานในการดำเนินชีวิตประจำวัน หากพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือโรคที่เกิดขึ้นมาจากการเผาผลาญอาหารของร่างกายเรา ซึ่งจะเกิดจากภาวะที่ร่างกายนั้นมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน อันเนื่องมาจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือว่าเกิดจากประสิทธิภาพของอินซูลินลดลง ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายเรา

3.โรคเบาหวานมี 2 ชนิดหลัก

โรคเบาหวานสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ชนิดหลักคือ เบาหวานประเภทที่1 (Diabetes Type1) ซึ่งจะเกิดจากพันธุกรรม ซึ่งก็ยังไม่ทราบปัจจัยที่ทำให้ตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ เบาหวานส่วนเบาหวานประเภทที่ 2 (Diabetes Type2) จะเกิดมาจากสาเหตุทางพันธุกรรมและรวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่สมดุลย์ เช่นทานอาหารทอด เบเกอรี่ น้ำหวาน กินแล้วนอน ฯลฯ พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลทำให้การสร้างอินซูลินนั้นไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย การที่เรารับประทานแต่อาหารที่มีน้ำตาลสูงเป็นเวลานานๆ จะส่งผลให้เกิดโรคเบาหวานได้

4. สาเหตุของการเกิดโรคเบาหวาน

4.1 เกิดจากพันธุกรรม

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานที่เกิดจากพันธุกรรมนั้น จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมดูแลโรคนี้ได้หากปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็สามารถใช้ชีวิตปกติ ซึ่งอาจต้องมีการควบคุมเรื่องโ่ภชนาการเพื่อให้ระบบในร่างกายทำงานสอดคล้องไปกับการดูแลรักษาตามคำแนะนำหรือการฉีดอินซูลินโดยการดูแลของแพทย์

4.2 เกิดจากพฤติกรรม/สิ่งแวดล้อมของเรา 

  • การรับประทานอาหารที่ไม่ดี ไม่สมดุลย์ ทำให้มีน้ำหนักตัวเกิน เป็นโรคอ้วน ไม่ออกกำลังกาย
  • การติดเชื้อไวรัสบานิด เช่น หัด คางทูม ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานของตับอ่อน
  • อายุมากขึ้น ก็จะทำให้มีโอกาสที่จะเป็นโรคเบาหวานสูงขึ้น
  • ความเครียดสะสม
  • การทานยาบางชนิดที่ก่อให้เกิดการสร้างน้ำตาลมากขึ้น หรือ การตอบสนองของอินซูลินได้ไม่ดี
  • การตั้งครรภ์ จะมีการสร้างฮอร์โมนจากรกหลายชนิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดการยับยั้งการทำงานของอินซูลิน ทำให้การดูดซึมน้ำตาลไม่ปกติ

5. อาการของเบาหวาน

ผู้ที่เป็นเบาหวานจะรู้สึกกระหายน้ำ ดื่มน้ำบ่อย และจะปัสาวะบ่อยทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน มีความรู้สึกอ่อนเพลีย หิวง่าย รับประทานอาหารได้มากขึ้น บางรายจะมีอาการคันตามร่างกาย มีตกขาวบ่อย สายตาพร่า หรือเห็นภาพไม่ชัด รวมถึงอาการปลายเท้าชาที่เกิดจากระบบปลายประสาทเสื่อมอีกด้วย

6. กลุ่มเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน

  • มีอายุช่วง 45 ปีขึ้นไป 
  • มีประวัติทางพันธุกรรมโรคเบาหวานในครอบครัว
  • มีน้ำหนักตัวเกิน หรือมีดัชนีมวลกาย ตั้งแต่ 25 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หรือตั้งแต่ 23 กิโลกรัมต่อตารางเมตร (สำหรับชาวเอเชีย)
  • มีภาวะความดันโลหิตสูง (ตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอท)
  • ดื่มสุรา
  • สูบบุหรี่
  • ไม่ออกกำลังกาย
  • มีไขมันดี (HDL) น้อยกว่า 35 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือ มีไตรกลีเซอไรด์ มากกว่า 250 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งสามารถทำการตรวจเช็คได้ที่โรงพยาบาลทั่วไป
  • ผู้หญิงที่มีโรคถุงน้ำในรังไข่ (Polycystic ovary syndrome)
  • ผู้หญิงที่มีประวัติเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ หรือคลอดบุตรที่มีน้ำหนักแรกคลอดมากกว่า 4 กิโลกรัม
  • มีประวัติในการมีระดับน้ำตาลสะสม Hemoglobin A1C (Hb A1C) มากกว่าหรือเท่ากับ 5.7 % , ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (Impaired fasting glucose) คือมีระดับน้ำตาลในกระแสเลือด 100-125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  • ผู้ที่มีประวัติป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ/หลอดเลือดสมอง

สำหรับผู้ที่อาจมีความสงสัยหรือกังวลใจว่าตนเองนั้นเป็นโรคเบาหวานหรือไม่นั้น (อาจจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยง) ก็สามารถไปเช็คที่โรงพยาบาลได้โดยการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายไม่ยุ่งยากในปัจจุบันนี้ จะต้องงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนการตรวจเช็ค ซึ่งจะอาศัยเกณฑ์การวินิจฉัยหลักๆ คือ ดูระดับน้ำตาลในเลือดขณะที่ได้งดอาหารมาแล้ว (fasting plasma glucose) หากอยู่ระหว่าง 100-125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร จะเริ่มผิดปกติเป็นภาวะ impaired fsting glucose และส่อถึงผลลัพธ์ว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานเต็มขั้นได้ (ค่าปกติจะอยู่ระหว่าง 70-100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) ซึ่งควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำ และปรึกษาแพทย์ร่วมเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นโรคเบาหวาน

7. ยารักษาเบาหวานที่ดีที่สุด

สำหรับผู้ที่พบว่าตนเองมีภาวะเบาหวานแล้วนั้น ยารักษาเบาหวานที่ดีที่สุด ขั้นแรกก็คือ ต้องดูแลร่างกายตนเองด้วยการดูแลสุขภาพใจและกายให้ดี เมื่อใจเรารู้สึกดี ร่างกายเราก็จะรู้สึกดี และพร้อมที่จะดูแลรักษาเบาหวานจากคำแนะนำของแพทย์อย่างถูกต้อง 

การเลือกรับประทานอาหารอย่างสมดุลย์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ในชีวิตประจำวันนั้นควรทำอย่างยิ่ง อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานนั้น ควรเลือกทานให้พอเหมาะและครบทุกหมู่อาหาร เช่นเลือกทานข้าวไม่ขัดสีในปริมาณที่พอเหมาะ เลือกทานผลไม้ที่มีความหวานพอประมาณ ทานผักและโปรตีนให้เพียงพอ งดของรสเค็มจัด ของทอด ของมัน พร้อมออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 วัน วันละ 30-40 นาที อย่างการเต้นแอโรบิค เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยให้เราห่างไกลโรคต่างๆได้อย่างดี โดยเฉพาะโรคเบาหวานเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ดีนั้น สามารถรักษาให้หายขาดได้โดยการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง ไม่รับประทานของทอด ของมัน ของหวาน มากจนเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการ ไม่กินแล้วนอน งดน้ำอัดลม น้ำหวาน และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

- Advertisement -spot_img

เรื่องแนะนำ