<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เคล็ดลับสุขภาพ Health Tips. &#187; Women Tips</title>
	<atom:link href="http://www.healthnet.in.th/category/women-tips/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.healthnet.in.th</link>
	<description>เคล็ดลับสุขภาพ Health Tips.</description>
	<lastBuildDate>Wed, 27 Jan 2010 07:08:24 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.6</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สาวๆเลือกเครื่องสำอางอย่างไรให้ปลอดภัย</title>
		<link>http://www.healthnet.in.th/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.healthnet.in.th/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 19 Jan 2010 04:06:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Women Tips]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอางปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกเครื่องสำอางอย่างไรให้ปลอดภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthnet.in.th/?p=101</guid>
		<description><![CDATA[ภญ.วิมล อนันต์สกุลวัฒน์ เภสัชกรฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศิริราช ใจดีแนะกลเม็ดเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อเครื่องสำอางว่า ก่อนอื่นต้องดูเลยว่าเป็นเครื่องสำอางเถื่อนหรือไม่ หากดูแล้วว่าไม่มีการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ อย่าซื้อเด็ดขาด เนื่องจากเครื่องสำอางเถื่อนเหล่านี้จะผสมสารต้องห้ามที่มีพิษต่อร่างกาย 
 
 ถัด มาให้ดูวันหมดอายุ และเครื่องหมายรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ นั้นๆ จากนั้นก็มาดูส่วนผสม ซึ่งจะบอกได้ว่าในเครื่องสำอางที่เรากำลังจะควักเงินซื้อนั้น มีส่วนผสมที่เราแพ้หรือไม่ อีกส่วนที่ควรใส่ใจก็คือ ชื่อบริษัทผู้ผลิต ที่อยู่ หรือบริษัทผู้นำเข้า ในกรณีที่เกิดอันตรายจากเครื่องสำอางนั้น จะได้โทรไปสอบถามหรือร้องเรียนผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าได้ 
 
 “สิ่ง ที่ขาดไม่ได้ที่ไม่ค่อยมีใครเห็นความสำคัญนักก็คือการอ่านฉลากวิธีใช้ ว่าควรใช้ในปริมาณเท่าใด กี่ครั้งต่อวัน ใช้ที่จุดไหนของร่างกาย เพื่อให้ใช้ได้ถูกต้อง ส่วนคนที่แพ้ง่ายแนะนำว่า ควรพยายามหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม ซึ่งเครื่องสำอางหลายยี่ห้อจากต่างประเทศ จะมีระบุชัดอยู่ในบรรจุภัณฑ์ว่า “Alcohol Free” แปลว่าในเครื่องสำอางชิ้นนั้นปราศจากแอลกอฮฮล์ แต่เครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีแจ้งแบบนี้”
 
 ได้ แนะวิธีการทดสอบการแพ้เครื่องสำอางด้วยตัวเองง่ายๆ ว่า มีเครื่องสำอางหลายประเภทที่แม้จะเป็นยี่ห้อดี ยี่ห้อดัง มีตรารับรองมาตรฐาน แต่ดันไม่ถูกกับผิวของเราเสียนี่ เหตุผลก็เพราะเป็นที่ผิวของเราที่มีปฏิกิริยาไวต่อสารเคมีเป็นพิเศษนั่นเอง แต่ใครจะแพ้อะไรนั้น เป็นเรื่องของใครของมัน ต้องทดสอบด้วยตนเอง และเมื่อทราบว่าแพ้แล้วก็ต้องจำเอาไว้ว่าตัวเองแพ้อะไร คราวหน้าก่อนซื้อจะได้อ่านฉลากดูส่วนผสมให้มั่นใจเสียก่อนว่าไม่มีสารที่เรา แพ้ก่อนจะควักกระเป๋าซื้อมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #993300;"><strong><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;">ภญ.วิมล อนันต์สกุลวัฒน์ เภสัชกรฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลศิริราช</span></strong></span><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"><span style="color: #993300;"> </span>ใจดีแนะกลเม็ดเคล็ดไม่ลับในการเลือกซื้อเครื่องสำอางว่า ก่อนอื่นต้องดูเลยว่าเป็นเครื่องสำอางเถื่อนหรือไม่ หากดูแล้วว่าไม่มีการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ อย่าซื้อเด็ดขาด เนื่องจากเครื่องสำอางเถื่อนเหล่านี้จะผสมสารต้องห้ามที่มีพิษต่อร่างกาย</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> ถัด มาให้ดูวันหมดอายุ และเครื่องหมายรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ นั้นๆ จากนั้นก็มาดูส่วนผสม ซึ่งจะบอกได้ว่าในเครื่องสำอางที่เรากำลังจะควักเงินซื้อนั้น มีส่วนผสมที่เราแพ้หรือไม่ อีกส่วนที่ควรใส่ใจก็คือ ชื่อบริษัทผู้ผลิต ที่อยู่ หรือบริษัทผู้นำเข้า ในกรณีที่เกิดอันตรายจากเครื่องสำอางนั้น จะได้โทรไปสอบถามหรือร้องเรียนผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าได้</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> “<span lang="TH">สิ่ง ที่ขาดไม่ได้ที่ไม่ค่อยมีใครเห็นความสำคัญนักก็คือการอ่านฉลากวิธีใช้ ว่าควรใช้ในปริมาณเท่าใด กี่ครั้งต่อวัน ใช้ที่จุดไหนของร่างกาย เพื่อให้ใช้ได้ถูกต้อง ส่วนคนที่แพ้ง่ายแนะนำว่า ควรพยายามหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม ซึ่งเครื่องสำอางหลายยี่ห้อจากต่างประเทศ จะมีระบุชัดอยู่ในบรรจุภัณฑ์ว่า </span><span style="color: #993300;"><strong>“Alcohol Free”</strong> </span><span lang="TH">แปลว่าในเครื่องสำอางชิ้นนั้นปราศจากแอลกอฮฮล์ แต่เครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีแจ้งแบบนี้</span>”</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> ได้ แนะวิธีการทดสอบการแพ้เครื่องสำอางด้วยตัวเองง่ายๆ ว่า มีเครื่องสำอางหลายประเภทที่แม้จะเป็นยี่ห้อดี ยี่ห้อดัง มีตรารับรองมาตรฐาน แต่ดันไม่ถูกกับผิวของเราเสียนี่ เหตุผลก็เพราะเป็นที่ผิวของเราที่มีปฏิกิริยาไวต่อสารเคมีเป็นพิเศษนั่นเอง แต่ใครจะแพ้อะไรนั้น เป็นเรื่องของใครของมัน ต้องทดสอบด้วยตนเอง และเมื่อทราบว่าแพ้แล้วก็ต้องจำเอาไว้ว่าตัวเองแพ้อะไร คราวหน้าก่อนซื้อจะได้อ่านฉลากดูส่วนผสมให้มั่นใจเสียก่อนว่าไม่มีสารที่เรา แพ้ก่อนจะควักกระเป๋าซื้อมา</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> ส่วน ผู้ที่ผิวแพ้ง่ายหรือกลัวจะแพ้เครื่องสำอางที่อยากซื้อ เภสัชกรหญิงแห่ง รพ.ศิริราช ก็มีวิธีง่ายๆ ที่ทำได้ไม่ยากและเป็นวิธีที่ถูกต้องมาฝาก ก็คือให้ นำเครื่องสำอางที่ต้องการจะซื้อ มาป้าย ฉีด ยา หรือทา ลงบริเวณผิวเนื้ออ่อนๆ อย่างหลังใบหูหรือท้องแขน</span><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> “<span lang="TH">เคล็ด ลับอยู่ที่ใช่ว่าเทสต์ปุ๊บจะขึ้นปั๊บ เพราะอาการแพ้อย่างน้อยที่สุดจะต้องใช้เวลา 20 &#8211; 30 นาที ผิวหนังบริเวณนั้นจึงจะมีปฏิกิริยา เช่น เกิดรอยแดง ผื่น หรือรู้สึกระคายเคืองดังนั้นหากจะเทสต์จริงๆ ไปขอเทสต์ก่อน จากนั้นไปเดินดูของอื่นๆ จนจะกลับ หากผิวไม่แพ้จึงค่อยกลับไปซื้อ ทิ้งระยะให้สารเคมีทำปฏิกิริยาสักนิดนะคะ</span>” <span lang="TH">ภญ.วิมลทิ้งท้าย</span></span><br />
<span id="more-101"></span><br />
<span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; color: #0000ff; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; color: #0000ff; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; color: #0000ff; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;">ที่มา:</span></strong><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;"> หนังสือพิมพ์ </span><span style="font-family: Tahoma; font-size: 10pt;">ASTV<span lang="TH">ผู้จัดการ</span></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthnet.in.th/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อันตราย &#8216;เครื่องสำอาง&#8217; ผิดกฎหมาย</title>
		<link>http://www.healthnet.in.th/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.healthnet.in.th/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Jan 2010 03:53:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Women Tips]]></category>
		<category><![CDATA[ผิดกฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอางผิดกฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอางอันตราย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthnet.in.th/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;อยากสวย!!!&#8221; 
นี่คือปรารถนาสุดยอดในใจของสาวๆ เกือบทั้งโลก ยุคนี้สาวๆ ใจกล้าบางคนพึ่งพามีดคมกริบของหมอศัลยแพทย์ ในขณะที่แทบทุกคนอาศัย &#8220;เครื่องสำอาง&#8221; ในการตกแต่งใบหน้ารวมถึงผิวพรรณด้วยหลัก &#8220;เสริมจุดเด่น ลบจุดด้อย&#8221; ทำให้ตลาดคอสเมติกของโลกขยายขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อสนอง Supply ให้ทันต่อ Demand ซึ่งนั่นส่งผลให้มีการผลิตเครื่องสำอางออกมานับหมื่นนับแสนชนิด จากทั้งยี่ห้อระดับไฮเอนด์ ไปจนถึงระดับ &#8220;แบกะดิน&#8221;
 ภญ.พรพรรณ สุนทรธรรม เภสัชกรชำนาญการพิเศษ คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ข้อมูลไว้ว่า อาการแพ้สารเคมีในเครื่องสำอางมีหลายระดับ ตั้งแต่อาการผิดปกติเล็กน้อย เช่น ผื่นคันที่ผิวหนัง ไปจนถึงขั้นอักเสบ และในกรณีเครื่องสำอางผิดกฎหมายที่ผสมสารมีพิษลงไปอาจส่งผลต่ออวัยวะภายใน ถึงขึ้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว
&#8220;แม้ แต่เครื่องสำอางที่มีการรับรองคุณภาพ หากไม่ถูกกับผิวก็มีโอกาสแพ้ได้เหมือนกัน ยิ่งในกรณีเครื่องสำอางเถื่อน ไม่ได้มาตรฐาน และมีการผสมสารต้องห้ามผิดกฎหมายลงไปนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง อันตรายมากจนชนิดคิดไม่ถึง&#8221;
 น้ำยาทำสีผม &#8211; น้ำยาดัดผม
เภสัชกร ชำนาญการพิเศษรายนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางชนิดต่างๆ ที่ใช้สำหรับแต่ละส่วนของร่างกาย ที่มีโอกาสทำปฏิกิริยาต่อร่างกายทำให้แพ้ โดยเริ่มตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับส่วนบนสุดของร่างกายอย่าง &#8220;ผม&#8221; &#8220;ผลิตภัณฑ์ ย้อมผมชนิดสีติดทนหรือย้อมถาวรและผลิตภัณฑ์ดัดผม ประกอบด้วยสารเคมีที่แรง และมีความเป็นด่าง หากใช้ในขณะที่หนังศีรษะมีรอยถลอกเป็นแผล หรือโรคผิวหนัง จะเกิดการแพ้จนถึงขั้นรุนแรงได้ เป็นเครื่องสำอางที่ต้องระวังมาก เพราะมีโอกาสแพ้สูง แต่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;"><strong><a href="http://www.healthnet.in.th/wp-content/uploads/2010/01/oy.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-97" title="แผ่นพับแสดงผลร้ายของการใช้เครื่องสำอางเถื่อนของ อย." src="http://www.healthnet.in.th/wp-content/uploads/2010/01/oy-300x174.jpg" alt="oy" width="300" height="174" /></a>&#8220;อยากสวย!!!&#8221; </strong></span></p>
<p>นี่คือปรารถนาสุดยอดในใจของสาวๆ เกือบทั้งโลก ยุคนี้สาวๆ ใจกล้าบางคนพึ่งพามีดคมกริบของหมอศัลยแพทย์ ในขณะที่แทบทุกคนอาศัย <strong>&#8220;เครื่องสำอาง&#8221;</strong> ในการตกแต่งใบหน้ารวมถึงผิวพรรณด้วยหลัก <strong>&#8220;เสริมจุดเด่น ลบจุดด้อย&#8221;</strong> ทำให้ตลาดคอสเมติกของโลกขยายขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อสนอง Supply ให้ทันต่อ Demand ซึ่งนั่นส่งผลให้มีการผลิตเครื่องสำอางออกมานับหมื่นนับแสนชนิด จากทั้งยี่ห้อระดับไฮเอนด์ ไปจนถึงระดับ <strong>&#8220;แบกะดิน&#8221;</strong></p>
<p><strong> ภญ.พรพรรณ สุนทรธรรม เภสัชกรชำนาญการพิเศษ คณะกรรมการอาหารและยา (อย.)</strong> ให้ข้อมูลไว้ว่า อาการแพ้สารเคมีในเครื่องสำอางมีหลายระดับ ตั้งแต่อาการผิดปกติเล็กน้อย เช่น ผื่นคันที่ผิวหนัง ไปจนถึงขั้นอักเสบ และในกรณีเครื่องสำอางผิดกฎหมายที่ผสมสารมีพิษลงไปอาจส่งผลต่ออวัยวะภายใน ถึงขึ้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว</p>
<p>&#8220;แม้ แต่เครื่องสำอางที่มีการรับรองคุณภาพ หากไม่ถูกกับผิวก็มีโอกาสแพ้ได้เหมือนกัน ยิ่งในกรณีเครื่องสำอางเถื่อน ไม่ได้มาตรฐาน และมีการผสมสารต้องห้ามผิดกฎหมายลงไปนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง อันตรายมากจนชนิดคิดไม่ถึง&#8221;</p>
<p><span style="color: #333399;"> <strong>น้ำยาทำสีผม &#8211; น้ำยาดัดผม</strong></span></p>
<p>เภสัชกร ชำนาญการพิเศษรายนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางชนิดต่างๆ ที่ใช้สำหรับแต่ละส่วนของร่างกาย ที่มีโอกาสทำปฏิกิริยาต่อร่างกายทำให้แพ้ โดยเริ่มตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับส่วนบนสุดของร่างกายอย่าง &#8220;ผม&#8221; &#8220;ผลิตภัณฑ์ ย้อมผมชนิดสีติดทนหรือย้อมถาวรและผลิตภัณฑ์ดัดผม ประกอบด้วยสารเคมีที่แรง และมีความเป็นด่าง หากใช้ในขณะที่หนังศีรษะมีรอยถลอกเป็นแผล หรือโรคผิวหนัง จะเกิดการแพ้จนถึงขั้นรุนแรงได้ เป็นเครื่องสำอางที่ต้องระวังมาก เพราะมีโอกาสแพ้สูง แต่ ปัญหาก็คือ คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำสีผมเอง มักจะไปใช้บริการร้านเสริมสวย ซึ่งลูกค้าจะไม่ค่อยมีโอกาสได้อ่านฉลากผลิตภัณฑ์ หรือแม้ช่างเสริมสวยก็อาจมองข้ามคำเตือนเหล่านี้  เนื่อง จากทั้งผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดสีติดทนและผลิตภัณฑ์ดัดผมมีความเป็นด่าง เมื่อใช้แล้วหนังศีรษะอาจมีความอ่อนแอช่วงขณะหนึ่ง ดังนั้นหากจะใช้ 2 ผลิตภัณฑ์นี้ต้องทิ้งระยะเวลาให้ห่างกันประมาณ 15 วันเพื่อให้หนังศีรษะแข็งแรงพอที่จะรับสภาพได้ มิฉะนั้นอาจเกิดการแพ้ที่รุนแรงได้&#8221;</p>
<p><span style="color: #333399;"><strong>ครีมหน้าขาว &#8211; หน้าเด้ง</strong></span></p>
<p>ถัดมาที่บริเวณใบหน้ากันบ้าง ภญ.พรพรรณระบุว่า เป็นสิ่งที่ห่วงที่สุด และทาง อย. เองก็พยายามรณรงค์ให้ข้อมูลมาตลอด เพราะถ้าพูดถึงใบหน้าแล้ว คุณสาวๆ ทั้งหลายร้อยทั้งร้อยย่อมอยากจะมีใบหน้าที่ขาวนวลชวนมอง เครื่องสำอางที่ผู้หญิงกลุ่มนี้เลือกใช้ก็คือกลุ่มที่เรียกว่า &#8220;ครีมหน้าเด้ง&#8221; &#8220;มี ครีมที่ผู้ผลิตโฆษณาว่าทาแล้วจะลดสิวฝ้าหน้าใสเด้งอยู่เป็นจำนวนมากในท้อง ตลาด ที่มีส่วนผสมของสารที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทาง อย. ตรวจพบว่ามีการลักลอบใช้สาร 3 ชนิดที่พิสูจน์ชัดแล้วว่าอันตราย คือ สารปรอท อันตรายที่เกิด คือ ทำให้เกิดการแพ้ ผื่นแดงผิวหน้าดำ ผิวบางลง เกิดพิษสะสมของปรอท ที่สำคัญที่น่ากลัวมากคือ ทำให้ทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบ&#8221; สำหรับ สารพิษตัวที่ 2 คือไฮโดรควิโนน ทำให้เกิดการแพ้ระคายเคือง เกิดจุดด่างขาวที่หน้า ที่สำคัญคือ ทำให้ผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย ส่วนตัวสุดท้ายคือกรดวิตามิน มีชื่อพ้อง คือ เรทติโนอิกแอสิด และเตรทติโน อันตรายที่เกิด คือ ใช้แล้วหน้าแดง ระคายเคืองแสบร้อนรุนแรง เกิดการอักเสบ ผิวหน้าลอกรุนแรง แต่ภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุดคือครีมเหล่านี้ อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ทำให้ทารกในครรภ์พิการได้</p>
<p><span style="color: #333399;"> <strong>ลิปสติก &#8211; </strong><strong>Tint </strong></span></p>
<p>ภญ.พรพรรณให้  ภาพเครื่องสำอาง  ยอด ฮิตอย่าง &#8220;ลิปสติก&#8221; ว่าหน้าที่หลักของลิปสติกคือทาปากให้เป็นสีต่างๆ ส่วนประกอบสำคัญของลิปสติกก็คือสี ซึ่งแม้จะเป็นเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานและมีการรับรอง ก็ยังพบว่ามีคนจำนวนไม่น้อยแพ้สีรวมไปถึงสารประกอบในลิปสติก ทำให้ไม่สามารถจะทาลิปสติกได้ &#8220;ลิปสติก เป็นเครื่องสำอางที่ใช้กับริมฝีปาก มีโอกาสเข้าปากหรือกลืนกินเข้าไปได้ง่าย ดังนั้น การเลือกซื้อต้องระมัดระวัง และในส่วนของลิปสติกเถื่อนนั้น ข้อมูลจากการเฝ้าระวังและตรวจวิเคราะห์ลิปสติกที่ไม่มีฉลากภาษาไทยของ อย. พบสีหลายชนิดที่กระทรวงสาธารณสุขห้ามใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เนื่องจากทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลอง&#8221; เภสัชกรหญิงแห่ง อย. รายนี้บอกเล่าถึงเครื่องสำอางที่ใช้กับปากอีกตัวอย่าง &#8220;เจลทาปาก&#8221; หรือ Tint ที่ เคยเป็นข่าวว่าวัยรุ่นนิยมใช้ทาริมฝีปากด้านในว่าใช้หลักการเดียวกัน คือ ถ้าดูแล้วว่าผิดกฎหมายในเบื้องต้นเรื่องฉลาก เมื่อพบแล้วห้ามซื้อมาใช้ เพราะการทาริมฝีปากด้านใน มีโอกาสกลืนกินมาก หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย นอกจากเรื่องสีที่ไม่อนุญาต อาจมีโลหะหนัก เช่น ตะกั่วจะยิ่งอันตรายมากขึ้น<br />
<span id="more-96"></span><br />
<span style="color: #333399;"> <strong>ครีม &#8211; โลชั่นทาผิว &#8211; บำรุงผิว</strong></span></p>
<p>เป็น อีกกลุ่มหนึ่งที่มีรายงานการแพ้ค่อนข้างสูง ภญ.พรพรรณอธิบายถึงสาเหตุที่กลุ่มนี้ได้รับรายงานมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มเครื่องสำอางกลุ่มใหญ่ หลากหลายประเภท ทั้งใช้กับผิว ใบหน้า บอดี้หรือใช้เฉพาะที่อย่างตา ฝ่ามือฝ่าเท้า, ชนิด ที่มีทั้งแบบกลางวันกลางคืน มีแดด ไม่มีแดด และยี่ห้อที่มีสารพัดซึ่งจากรายงานที่ทาง อย. ได้รับ พบว่าอาการแพ้ที่พบมีหลากหลาย ตั้งแต่มีผื่นคันเล็กน้อย จนถึงขั้นผิวอักเสบ สาเหตุการแพ้มีหลากหลาย ทั้งเป็นการแพ้เฉพาะบุคคล เช่น แพ้น้ำหอม หรือสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบ</p>
<p><strong><span style="font-family: Tahoma; color: blue; font-size: 10pt;" lang="TH">ที่มา:</span></strong><span style="font-family: Tahoma; color: blue; font-size: 10pt;" lang="TH"> หนังสือพิมพ์</span><span style="font-family: Tahoma; color: blue; font-size: 10pt;">ASTV <span lang="TH">ผู้จัดการ</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthnet.in.th/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สาวหุ่นสวยด้วยเคล็ดลับ 5 ประการ</title>
		<link>http://www.healthnet.in.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-5/</link>
		<comments>http://www.healthnet.in.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Jan 2010 03:05:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Women Tips]]></category>
		<category><![CDATA[สาวหุ่นสวย]]></category>
		<category><![CDATA[หุ่นสวย]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับหุ่นสวย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthnet.in.th/?p=55</guid>
		<description><![CDATA[สาวๆ หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องกระบวนการเผาผลาญในร่างกายกับการลดความอ้วนมาบ้าง ว่า การที่เราไม่สามารถลดความอ้วนให้ได้ผลนั้น เพราะระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานไม่ดีพอ แต่มีหลายคนที่จะรู้ว่าระบบเผาผลาญจริงๆ แล้วมีอะไรบ้างที่เป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะทำให้สาวๆ มีหุ่นเพรียวบางสมส่วน ดังนั้น พญ.ซูซาน โบเวอร์แมน ที่ปรึกษาของเฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด จึงอาสามาช่วยคลายความสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการเผาผลาญในร่างกายมาฝากกัน ดังนี้
1. จริงหรือ? เมื่อมีอายุมากขึ้นทำให้การเผาผลาญแคลอรี่ลดลง
เมื่อ เรามีอายุมากขึ้น น้ำหนักตัวก็มักจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากมีการออกกำลังกายน้อยลงกว่าเดิม ส่งผลให้มีการเผาผลาญแคลอรี่ลดลงในแต่ละวัน ทำให้ร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อลดลง ร่างกายจึงเริ่มมีรูปร่างหนาขึ้น พร้อมกับมีอัตราการเผาผลาญพลังงานที่ลดลง
ดัง นั้น การบริหารกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด เพื่อให้มีการเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น รวมทั้งการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ จะช่วยควบคุมการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักที่เกิดจากวัยที่สูงขึ้นได้เป็นอย่างดี
 
2. ระบบการเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายของเรา สามารถปรับเปลี่ยนได้หรือไม่?
เรา มักจะพบว่า บางคนนั้นแสนจะโชคดี ที่สามารถรับประทานได้ตลอดเวลาโดยที่น้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมาจากการเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพและให้แคลอรี่ต่ำก็ได้ หรือบางทีเขาหรือเธออาจมีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น หากคุณต้องการให้ร่างกายมีการเผาผลาญได้มากขึ้น ควรเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อใช้กล้ามเนื้อให้มากขึ้นในระหว่างวัน
3. อาหารหรือเครื่องดื่มเย็นๆ จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีกว่าอาหารร้อนๆ หรือไม่?
จาก ผลปฏิบัติการในห้องทดลองพบว่า ผู้ที่บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มเย็นจะมีการเผาผลาญแคลอรี่เพิ่มขึ้นเล็ก น้อย โดยการเผาผลาญแคลอรี่ดังกล่าวมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย ซึ่งแทบไม่มีผลต่อการทำให้น้ำหนักลดลงเลย
4. การลดการบริโภคแคลอรี่จะทำให้ร่างกายมีเผาผลาญช้าลงหรือไม่?
โดย ปกติตามธรรมชาติแล้ว ร่างกายของคนเราจะทำหน้าที่เก็บรักษาแคลอรี่ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การลดการบริโภคแคลอรี่จะทำให้แคลอรี่ที่สะสมในร่างกายลดลง ส่งผลให้อัตราการเผาผลาญลดลงแต่ก็เป็นส่วนน้อยเท่านั้น
ถ้า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.healthnet.in.th/wp-content/uploads/2010/01/body-soy.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-56" title="body-soy" src="http://www.healthnet.in.th/wp-content/uploads/2010/01/body-soy-300x200.jpg" alt="body-soy" width="300" height="200" /></a>สาวๆ หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องกระบวนการเผาผลาญในร่างกายกับการลดความอ้วนมาบ้าง ว่า การที่เราไม่สามารถลดความอ้วนให้ได้ผลนั้น เพราะระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานไม่ดีพอ แต่มีหลายคนที่จะรู้ว่าระบบเผาผลาญจริงๆ แล้วมีอะไรบ้างที่เป็นตัวแปรสำคัญ ที่จะทำให้สาวๆ มีหุ่นเพรียวบางสมส่วน ดังนั้น พญ.ซูซาน โบเวอร์แมน ที่ปรึกษาของเฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด จึงอาสามาช่วยคลายความสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการเผาผลาญในร่างกายมาฝากกัน ดังนี้</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>1. จริงหรือ</strong><strong>? เมื่อมีอายุมากขึ้นทำให้การเผาผลาญแคลอรี่ลดลง</strong></span></p>
<p>เมื่อ เรามีอายุมากขึ้น น้ำหนักตัวก็มักจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากมีการออกกำลังกายน้อยลงกว่าเดิม ส่งผลให้มีการเผาผลาญแคลอรี่ลดลงในแต่ละวัน ทำให้ร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อลดลง ร่างกายจึงเริ่มมีรูปร่างหนาขึ้น พร้อมกับมีอัตราการเผาผลาญพลังงานที่ลดลง</p>
<p>ดัง นั้น การบริหารกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด เพื่อให้มีการเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น รวมทั้งการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ จะช่วยควบคุมการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักที่เกิดจากวัยที่สูงขึ้นได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>2. ระบบการเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายของเรา สามารถปรับเปลี่ยนได้หรือไม่</strong><strong>?</strong></span></p>
<p>เรา มักจะพบว่า บางคนนั้นแสนจะโชคดี ที่สามารถรับประทานได้ตลอดเวลาโดยที่น้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมาจากการเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพและให้แคลอรี่ต่ำก็ได้ หรือบางทีเขาหรือเธออาจมีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น หากคุณต้องการให้ร่างกายมีการเผาผลาญได้มากขึ้น ควรเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อใช้กล้ามเนื้อให้มากขึ้นในระหว่างวัน</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>3. อาหารหรือเครื่องดื่มเย็นๆ จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีกว่าอาหารร้อนๆ หรือไม่</strong><strong>?</strong></span></p>
<p>จาก ผลปฏิบัติการในห้องทดลองพบว่า ผู้ที่บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มเย็นจะมีการเผาผลาญแคลอรี่เพิ่มขึ้นเล็ก น้อย โดยการเผาผลาญแคลอรี่ดังกล่าวมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย ซึ่งแทบไม่มีผลต่อการทำให้น้ำหนักลดลงเลย</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>4. การลดการบริโภคแคลอรี่จะทำให้ร่างกายมีเผาผลาญช้าลงหรือไม่</strong><strong>?</strong></span></p>
<p>โดย ปกติตามธรรมชาติแล้ว ร่างกายของคนเราจะทำหน้าที่เก็บรักษาแคลอรี่ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การลดการบริโภคแคลอรี่จะทำให้แคลอรี่ที่สะสมในร่างกายลดลง ส่งผลให้อัตราการเผาผลาญลดลงแต่ก็เป็นส่วนน้อยเท่านั้น</p>
<p>ถ้า เรามีการเคลื่อนไหวอย่างกระฉับกระเฉง ก็จะทำให้เรามีน้ำหนักตัวลดลง โดยไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการเผาผลาญในร่างกายได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น การบริโภคอาหารอย่างถูกหลักโภชนาการ ผนวกกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ร่างกายเรามีอัตราการเผาผลาญแคลอรี่ตามปกติ</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>5. จริงหรือ</strong><strong>? เมื่องดบริโภคอาหารตอนกลางคืนจะทำให้น้ำหนักลดลง</strong></span></p>
<p>การ หยุดรับประทานอาหารหลังจากมื้อปกตินั้นจะส่งผลให้มีน้ำหนักตัวลดลงได้ เนื่องจากการบริโภคทำให้แคลอรี่โดยรวมลดลง ดังนั้น คุณไม่ควรรับประทานอาหารหลังพระอาทิตย์ตกดินจึงจะเป็นการช่วยให้น้ำหนักตัว ลดลงได้ด้วย<br />
<span id="more-55"></span><br />
<strong> เมื่อคลายข้อสงสัยกันแล้วก็อย่าลืมลุกขึ้นมาดูแลสุขภาพกันตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะสายเกินไปนะจ๊ะ!!</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>ที่มา:</strong> หนังสือพิมพ์ASTV ผู้จัดการ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthnet.in.th/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a-5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีเลือกซื้อเสื้อชั้นในของสาวๆ</title>
		<link>http://www.healthnet.in.th/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.healthnet.in.th/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 07 Jan 2010 06:23:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Women Tips]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีเลือกซื้อเสื้อชั้นใน]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อชั้นใน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.healthnet.in.th/?p=49</guid>
		<description><![CDATA[เคล็ด(ไม่)ลับที่สาวๆ ต้องรู้
ข่าวดีสำหรับสาวๆ ที่กำลังกลุ้มใจว่าจะเลือกซื้อเสื้อชั้นในแบบไหนให้เหมาะกับ “หน้าอกหน้าใจ” ของตนดี&#8230; ไม่ต้องกลุ้มใจแล้วค่ะวันนี้เรามีเคล็ดลับในการเลือกซื้อมาฝาก&#8230;
 ประการแรก เลย หากจะซื้อทุกครั้งให้ลองเสื้อชั้นในก่อนเสมอ อย่าลืมนะค่ะต้องเลือกตัวที่กระชับพอดี และที่สำคัญอย่าซื้อเสื้อชั้นในเพียงแค่บอกไซส์ เพราะแต่ละแบบ แต่ละทรง จะออกแบบมาไม่เท่ากัน หรือไม่เหมาะกับทุกคนเสมอไปค่ะ
 ประการต่อมา หากได้เสื้อชั้นในใหม่จริงๆ อย่าซื้อเสื่อชั้นในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือนนะคะ เพราะอาจจะได้ขนาดที่ใหญ่กว่าปกติ หากนำมาสวมใส่ในช่วงเวลาหลังจากนั้นแล้วอาจจะหลวมทำให้หน้าอกดูไม่สวยได้ และการเลือกซื้อนั้นต้องพึงคิดถึงอยู่เสมอก็คือ เสื้อชั้นในที่พอดีต้องมีระดับตะขอ (หลัง) อยู่ใต้กระดูกสะบักหลังเท่านั้น หากสูงหรือต่ำลงกว่านั้นควรเลือกขนาดใหม่ดีกว่า
 ประการที่สาม ต้องสังเกตเสมอนะค่ะว่าเมื่อสวมสวมเสื้อชั้นในแล้วสามารถสอดนิ้วเข้าไป บริเวณร่องอกได้หรือไม่ หากไม่ได้แสดงว่าเสื้อตัวนั้นคับเกินไปเปลี่ยนตัวใหม่ดีกว่าค่ะ
 เคล็ดลับประการต่อไป สำหรับคุณผู้หญิงที่มีรอบอกระหว่าง 34-48 นิ้ว ควรเลือกซื้อเสื้อชั้นในชนิดที่มีฐานใต้โครงอก และเสื้อชั้นในแบบตะขอหน้าจะดีกว่าค่ะ เพราะเสื้อชั้นในแบบนี้จะทำให้หน้าอกของคุณได้รูปสวย

 ประการสุดท้าย เสื้อชั้นในที่เลือกนั้นต้องมีเนื้อนุ่ม ยืดหยุ่นสบาย เวลาสวมใส่รูปอกจะดูสวยดูดีไม่ระคายเคืองทำให้หงุดหงิดใจ
 เพียง แค่นี้คุณก็จะได้เสื้อชั้นในตัวใหม่ที่เมื่อสวมใส่แล้วทำให้คุณรู้สึกมั่นใจ ขึ้นมาได้แล้วละค่ะ อย่าลืมนะคะครั้งหน้าถ้าจะซื้อเสื้อชั้นใหม่นำวิธีที่นี้ไปใช้ รับรอง “อก” สวย ชัวร์&#8230;
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #003300;"><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">เคล็ด(ไม่)ลับที่สาวๆ ต้องรู้</span></strong></span></p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ข่าวดีสำหรับสาวๆ ที่กำลังกลุ้มใจว่าจะเลือกซื้อเสื้อชั้นในแบบไหนให้เหมาะกับ </strong><strong>“หน้าอกหน้าใจ” ของตนดี&#8230; ไม่ต้องกลุ้มใจแล้วค่ะวันนี้เรามีเคล็ดลับในการเลือกซื้อมาฝาก&#8230;</strong></span></p>
<p><strong> <span style="color: #808000;">ประการแรก</span> </strong>เลย หากจะซื้อทุกครั้งให้ลองเสื้อชั้นในก่อนเสมอ อย่าลืมนะค่ะต้องเลือกตัวที่กระชับพอดี และที่สำคัญอย่าซื้อเสื้อชั้นในเพียงแค่บอกไซส์ เพราะแต่ละแบบ แต่ละทรง จะออกแบบมาไม่เท่ากัน หรือไม่เหมาะกับทุกคนเสมอไปค่ะ</p>
<p><strong> <span style="color: #808000;">ประการต่อมา</span></strong> หากได้เสื้อชั้นในใหม่จริงๆ อย่าซื้อเสื่อชั้นในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือนนะคะ เพราะอาจจะได้ขนาดที่ใหญ่กว่าปกติ หากนำมาสวมใส่ในช่วงเวลาหลังจากนั้นแล้วอาจจะหลวมทำให้หน้าอกดูไม่สวยได้ และการเลือกซื้อนั้นต้องพึงคิดถึงอยู่เสมอก็คือ เสื้อชั้นในที่พอดีต้องมีระดับตะขอ (หลัง) อยู่ใต้กระดูกสะบักหลังเท่านั้น หากสูงหรือต่ำลงกว่านั้นควรเลือกขนาดใหม่ดีกว่า</p>
<p><strong> <span style="color: #808000;">ประการที่สาม</span></strong> ต้องสังเกตเสมอนะค่ะว่าเมื่อสวมสวมเสื้อชั้นในแล้วสามารถสอดนิ้วเข้าไป บริเวณร่องอกได้หรือไม่ หากไม่ได้แสดงว่าเสื้อตัวนั้นคับเกินไปเปลี่ยนตัวใหม่ดีกว่าค่ะ</p>
<p><strong> <span style="color: #808000;">เคล็ดลับประการต่อไป</span></strong> สำหรับคุณผู้หญิงที่มีรอบอกระหว่าง 34-48 นิ้ว ควรเลือกซื้อเสื้อชั้นในชนิดที่มีฐานใต้โครงอก และเสื้อชั้นในแบบตะขอหน้าจะดีกว่าค่ะ เพราะเสื้อชั้นในแบบนี้จะทำให้หน้าอกของคุณได้รูปสวย<br />
<span id="more-49"></span><br />
<strong> <span style="color: #808000;">ประการสุดท้าย</span></strong> เสื้อชั้นในที่เลือกนั้นต้องมีเนื้อนุ่ม ยืดหยุ่นสบาย เวลาสวมใส่รูปอกจะดูสวยดูดีไม่ระคายเคืองทำให้หงุดหงิดใจ</p>
<p><strong> <span style="color: #339966;">เพียง แค่นี้คุณก็จะได้เสื้อชั้นในตัวใหม่ที่เมื่อสวมใส่แล้วทำให้คุณรู้สึกมั่นใจ ขึ้นมาได้แล้วละค่ะ อย่าลืมนะคะครั้งหน้าถ้าจะซื้อเสื้อชั้นใหม่นำวิธีที่นี้ไปใช้ รับรอง </span></strong><span style="color: #339966;"><strong>“อก” สวย ชัวร์&#8230;</strong></span></p>
<p><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;" lang="TH">ขอขอบคุณข้อมูลจาก </span><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;">: <span lang="TH">หนังสือพิมพ์เดลินิวส์</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.healthnet.in.th/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
