ขิงสด ขิงแห้ง ขิงแคลง

ขิงในตำรับยาไทยที่เกี่ยวข้องกับตัวยาใช้บำรุงธาตุ ส่วนใหญ่จะมีตัวยาในกลุ่มพิกัด เบญจกูลรวมอยู่ด้วย ผู้ที่อยู่ในวงการแพทย์แผนไทยย่อมทราบดีว่า พิกัดเบญจกูล ประกอบด้วยตัวยาห้าตัว คือ ดอกดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง และเหง้าขิงแห้ง

ตัวยาสี่ตัวแรก ไม่มีคำถามว่าเป็นตัวยาตัวใด จะมีก็แต่เหง้าขิงแห้ง ให้เป็นที่สงสัยว่า คำว่าเหง้าขิงแห้งนั้น คือขิงสดที่ตากแห้ง หรือเป็นตัวยาคนละชนิดกันมีชื่อว่าเหง้าขิงแคลง ต่อมาเสียงเพี๊ยนเป็นเหง้าขิงแห้ง

สรรพคุณของขิงสดตากแห้ง กับเหง้าขิงแห้ง นั้นแตกต่างกัน

คัมภีร์สรรพคุณยา เรื่องเกี่ยวกับพิกัดตรีผลา ตรีกฏุก ตรีสาร กล่าวไว้ว่า

ขิงแห้งนั้น มีรสอันหวาน ย่อมแก้พรรดึก แก้ไข้จับ แก้นอนมิหลับ แก้ลมพานไส้ แก้ลมแน่นในทรวง แก้ลมเสียดแทงคลื่นเหียน

ขิงสดนั้น มีรสหวาน ร้อน เผ็ด เหง้าจำเริญอากาศธาตุ ดอกแก้โรคอันบังเกิดแต่ดวงหทัย ใบแก้กำเดาให้บริบูรณ์ ต้นสกัดลมสลสู่คูถทวาร รากแก้เสียงให้เพราะ แลเจริญอาหาร

คัมภีร์สรรพคุณยา เรื่องเกี่ยวกับไม้มีคุณเสมอกัน กล่าวไว้ว่า

คุณขิงแห้ง แก้เสมหะ เจริญไฟธาตุ แก้ไอลึกในทรวงอก

ขิงสด มีรสเผ็ดร้อน แก้ลมในกองไฟธาตุให้กระจายเสีย แก้ลมพรรดึก แก้จุกเสียด แก้โรคในอก เจริญอาหาร แก้ไข้ 10 ประการให้สมบูรณ์

เป็นที่น่าสังเกตว่า ขิงแห้ง กับขิงสด นั้นเป็นตัวยาคนละตัว อาจมีข้อโต้แย้งว่า เหง้าขิงสดตากแห้งก็กลายเป็นเหง้าขิงแห้ง ในกรณีนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่า ในคัมภีร์แพทย์แผนไทย ไม่มีที่ใดจะแยกสรรพคุณตัวยาสดและสรรพคุณตัวยาแห้งให้แตกต่างกัน
ดังนั้นคำว่าขิงสด และขิงแห้ง จึงน่าจะเป็นสมุนไพรต่างชนิดกัน และมีข้อบ่งใช้ต่างกัน
ขิงแห้ง น่าจะเป็นตัวเดียวกับ ขิงแคลง ซึ่งมีการปลูกที่ระยอง จันทบุรี และทางใต้ มีลักษณะเป็นแง่งเล็ก ไหลไปตามพื้นดินปนทราย ชอบขึ้นบนคบไม้ ลักษณะแห้งๆ คนภาคใต้จึงเรียกว่า ขิงแห้ง ภาคตะวันออกเรียกว่าขิงแคลง แต่เสียงอาจเพี้ยนเป็นขิงแห้งไป
ขิงแคลงนี้ มีกลิ่นหอม รสปร่าเหมือนรสข่าใหญ่ ไม่เหมือนกลิ่นของขิงสด เนื้อในสีเหลืองอ่อนซีด ใช้ขับลมได้ดี

ผู้เขียนหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อตั้งเป็นข้อสังเกตในการปรุงยาที่มี เบญจกูล หรือตรีกฏุก หรือบางตำรับที่เขียนว่าขิงแห้ง ถ้าไปใช้เหง้าขิงแห้งจากขิงสดซึ่งนิยมใช้กันในขณะนี้ จะทำให้สรรพคุณยาที่แท้จริงของเบญจกูล หรือตรีกฏุกเปลี่ยนไป กล่าวคือ จะได้ยาที่มีรสร้อนเกินไป เพราะรากเจตมูลเพลิงนั้นร้อนมาก ถ้าใช้ขิงสดแห้ง ก็จะเพิ่มความร้อน สังเกตได้ว่าทานขิงมากๆทำให้ร้อนในได้ แต่หากใช้เหง้าขิงแคลงซึ่งกระจายลมได้ดีกว่า จะทำให้รสร้อนของเจตมูลเพลิงกระจายทั่วร่างกาย หรือหากไม่มีเหง้าขิงแคลง ก็ใช้เหง้าขิงสดแห้งได้ในอัตราส่วนครึ่งหนึ่งของสูตรยาเดิม

เรื่องนี้เสนอให้แพทย์แผนไทยพิจารณาดู เพราะการให้ยาร้อนเกินไปสำหรับคนไข้ในภูมิประเทศร้อนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องระวัง

ยาเดี่ยว ยาตำรับ

ยาสมุนไพรข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขว่า กระทรวงฯจะรับสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนฯที่ทรงห่วงใยในสุขภาพคนไทยและ ทรงโปรดให้มีการใช้ยาสมุนไพรมากขึ้น โดยรณรงค์ให้คนไทยใช้ยาสมุนไพรแทนยาแผนปัจจุบัน ตั้งเป้าอีก 5 ปี ทุกโรงพยาบาลต้องใช้สมุนไพร 25% ของยาทั้งหมด

ผู้อยู่ในวงการแพทย์แผนไทยอย่าเพิ่งดีใจไปว่า ยาสมุนไพรไทยจะเติบโตได้ ตราบใดที่การพัฒนายาสมุนไพรไทยยังใช้แนวคิดการตรวจวิเคราะห์ยาในห้องทดลอง ทางวิทยาศาสตร์เหมือนยาของการแพทย์ปัจจุบัน วงการยาสมุนไพรไทยที่แท้จริงก็ไม่มีวันเกิด

ทุกวันนี้ คนไทยรู้จักยาสมุนไพรในรูปของยาเดี่ยว (หมายถึงมีตัวยาชนิดเดียวใน 1 แคปซูล) เช่น ยาแคปซูลขมิ้นชัน ยาแคปซูลบอระเพ็ด ยาแคปซูลหญ้าใต้ใบ ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจร ยาแคปซูลเถาวัลย์เปรียง ฯลฯ โรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งช่วยกันผลิตยาสมุนไพรเดี่ยว พร้อมโฆษณาสรรพคุณยาเต็มเหยียด อ่านแล้วชวนให้เคลิ้มได้ว่า ยาอะไรจะวิเศษอย่างนี้ แค่สมุนไพรตัวเดียวแก้ได้สารพัดอย่าง ยิ่งผลิตมาจากโรงพยาบาล ยิ่งน่าเชื่อถือ ไปหาซื้อกันมารับประทานเหมือนทานของเล่น เมื่อใช้ไม่ได้ผลก็โยนทิ้งอย่างไม่เสียดาย

อยากจะตะโกนบอกผู้บริโภคว่า อย่าเพิ่งเชื่อ 100% นะ สรรพคุณสมุนไพรที่เขาบรรยายนั้นถูกต้อง แต่จะใช้ได้ผลหรือไม่ ขึ้นกับความสามารถในการใช้ยาของผู้จ่ายยาซึ่งจะต้องเข้าใจสมุฏฐานของโรคตาม แนวคิดแพทย์องค์รวม

ตำรับยาไทยนั้น ไม่เคยปรากฎการใช้ยาเดี่ยว ยาสมุนไพรไทยต้องเป็นยาตำรับเท่านั้น ยาตำรับหมายถึงอะไร

หมายถึงสมุนไพรตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปมารวมกัน ประกอบด้วย สมุนไพรใช้เป็นยาตรง สมุนไพรใช้เป็นยาช่วย สมุนไพรใช้เป็นยาประกอบ สมุนไพรใช้เป็นยาชูรสชูกลิ่น ทั้งหมดนี้ประกอบกันขึ้นมาเรียกว่า ยาตำรับ

จากสมุนไพรเดี่ยว 1 ชนิด ได้มาจากใบไม้ รากไม้ ผล ดอก ถ้าจะให้ได้สรรพคุณทางยาเพิ่ม ต้องมีสมุนไพรบางชนิดเข้ามาเสริม จึงจะทำให้ยานั้นมีประสิทธิภาพในการรักษา บางกรณีการเสริมยาเพื่อป้องกันอาการข้างเคียง บางกรณีการเสริมยาเพื่อช่วยให้รับประทานยาได้ง่ายขึ้น นี่คือภูมิปัญญาของการผลิตยาสมุนไพรไทย

ผู้เขียนเป็นห่วง กระแสการพัฒนายาสมุนไพรไทยจะมีเพียงยาเดี่ยว และจ่ายยาออกไปโดยผู้ไม่เข้าใจแพทย์แผนไทย จะนำมาซึ่งความเสื่อมถอย ความไม่เชื่อถือยาสมุนไพรไทย เพราะการเข้าไม่ถึงจิตวิญญาณของยาไทย

หากจะใช้ยาเดี่ยว ผู้จ่ายยาควรแนะนำให้ใช้ยามากกว่า 1 ชนิดในคราวเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ใช้ฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาหวัด น้ำมูกไหล ต้องทานฟ้าทะลายโจรร่วมกับน้ำขิง หรือใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาอาการท้องเสีย ควรใช้คู่กับยาหอม เป็นต้น