โทษของงาดำที่อาจส่งผลต่อร่างกายเมื่อกินอย่างผิดวิธี…กินอย่างไรให้เกิดประโยชน์?

300x250หากพูดถึงงาดำแล้ว หลายคนอาจจะนึกถึงเม็ดเล็กๆ แหลมๆสีดำๆ ที่เมื่อคั่วออกมาแล้ว มีความหอมมาก ยิ่งหากนำมาประกอบอาหารหวาน จะยิ่งช่วยเพิ่มรสชาติและความหอมกรุ่นมากยิ่งขึ้น แต่ในปัจจุบันมีคนหันมานิยมบริโภคงาดำกันมากขึ้น และยังมีการแปรรูปออกมาเป็นงาดำแบบผงสำหรับเอาไว้ดื่มชงอีกด้วย เรียกได้ว่ามอบความสะดวกสบายให้สาวกของชาวงาดำกันถ้วนหน้า โดยแทบไม่ต้องออกแรงเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแม้ว่าจะเห็นประโยชน์ของการกินงาดำสักเพียงใด หากแต่ กินเกินความต้องการ ก็อาจจะส่งผลเสียมากกว่าเกิดประโยชน์หรือทำให้เกิดโทษของงาดำที่มีผลต่อสุขภาพคุณได้

โทษของงาดำ ธัญพืชมากประโยชน์แต่ต้องกินให้ถูกวิธี

เป็นที่ทราบกันดีว่า การกินงาดำนั้น ถือเป็นธัญพืชที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมาก โดยเฉพาะการนำมาทำอาหารหลากชนิด รวมถึงการนำมาใช้เป็นยาในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายคุณได้รับสารอาหารต่างๆที่มีอยู่หลากหลาย แต่ทราบหรือไม่ว่า การบริโภคน้ำมันงาดำที่ถูกวิธี เพื่อที่จะทำให้คุณได้รับสารอาหารในงาดำอย่างครบถ้วน แม้จะกินงาดำเป็นประจำ แต่กลับทำให้ร่างกายของคุณไม่ได้รู้สึกหรือรับรู้ได้ว่าดีขึ้นเลย

โทษของงาดำ มีให้เห็นแบบชัดเจน

มีวิธีการกินงาดำหลากหลายวิธี แต่ที่จะทำให้เกิดโทษของงาดำ ก็คือคุณไม่ควรกินงาดำทั้งเมล็ด เพราะว่าโครงสร้างภายนอกของเมล็ดงาดำที่มีขนาดเล็กก็จริง แต่กลับมีความแข็งแรงที่ลำไส้ของคุณ การบริโภคเมล็ดงาดำในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ ไปทำลายลำไส้ใหญ่ได้ เพราะไม่สามารถบดย่อยได้ง่าย และไม่สามารถนำ สารอาหารที่อยู่ในเมล็ดงาดำที่คุณกินเข้าไปนั้น ออกมาใช้ประโยชน์ได้ทันที ซึ่งหากคุณเราคิดว่าต้องการจะกินงาดำเพื่อสุข ภาพแล้ว และไม่ต้องการให้เกิดโทษของงาดำ ก็ควรจะนำเมล็ดงาดำนั้นมาบดให้ละเอียดก่อน ทั้งนี้เพื่อทำให้ลำไส้ของคุณได้ทำการดูดซึมสารอาหารที่มีอยู่ในงาดำได้อย่างเต็มที่

โทษของงาดำจากสารปนเปื้อน

โทษของงาดำการที่จะกินงาดำที่ผ่านการบดละเอียดแล้ว คุณต้องมั่นใจด้วยว่า เมล็ดงาดำที่บดนั้น จะต้องไม่มีเชื้อราปนเปื้อน เพราะเมล็ดงาดำเป็นธัญพืชที่มีเชื้อรา สามารถขึ้นง่าย อย่างพวก สารพิษอัลฟ่า ท็อกซิน เพราะสารพิษนี้จะทำให้เกิดโทษของงาดำ เพราะจะส่งผลไม่ดีต่อตับและไตของคุณ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีคนหันมาบริโภคงาดำกันมากขึ้น แต่การนำเมล็ดงาดำมาคั่วให้สุก เป็นวิธีที่ผิด เพราะในเมล็ดงาดำ มีส่วนประกอบที่เป็นน้ำมัน เมื่อมีจุดเผาไหม้ต่ำอาจทำให้กลายเป็นสารที่ก่อมะเร็ง หากบริโภคเมล็ดงาดำเหล่านี้เข้าไป

แล้วเราควรทานงาดำแบบไหนถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด?

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้บริโภคเมล็ดไม่ผ่านความร้อน และนำมาบดให้ละเอียด หรือบริโภค น้ำมันงาดำสกัดเย็น ด้วยวิธีธรรมชาติ เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์และปลอดภัยต่อสุขภาพ

วิธีแก้ปัญหาถ้าคนใกล้ชิดติดยาเสพติด

ยาเสพติดวิธีแก้ปัญหาถ้าคนใกล้ชิดติดยาเสพติด หากคุณพบคนใกล้ชิดติดยาเสพติด คุณควรสงบสติอารมณ์เอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งตื่นตระหนกหรือโวยวาย ตำหนิ ติเตียนผู้เสพ เพราะจะทำให้เขารู้สึกอับอาย รู้สึกว่า ตัวเองมีความผิด เขาจะเห็นคุณเป็นศัตรูฝ่ายตรงข้าม และหนีห่างจากคุณไปเสียก่อน

ถ้าคุณยังรู้สึกตกใจ และหวาดกลัว คุณควรปรึกษาหารือกับคนใกล้ชิดที่ไว้ใจได้หรือปรึกษาแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำ เมื่อคุณสามารถสงบจิตใจได้แล้วก็ค่อยๆ พูดจากับผู้ติดยา ไม่ดุด่าหรือกล่าวโทษเขา แต่สอบถามถึงสาเหตุที่ทำ ให้ต้องเสพยา พยายามทำความเข้าใจเขา เปิดโอกาสให้เขาพูดความในใจออกมาให้มากที่สุดคุณ ควรฟังอย่างไม่ขัดคอ และมีท่าทีที่เป็นมิตรให้มากที่สุด

เมื่อผู้ติดยาเริ่มไว้วางใจทราบว่าคุณรัก ห่วงใยเขา และเป็นพวกเดียวกับเขาแล้ว คุณก็ค่อย ๆ ขอร้องให้เขาเลิกเสพ พยายามชี้แนะให้เขาคิดถึงอนาคต คิดถึงสิ่งดีๆ ในชีวิตที่จะเกิดขึ้น หากเขาเลิกยาเสพติดได้สำเร็จ ควรให้กำลังใจเขาโดยบอกว่าคุณจะอยู่เคียงข้างเขาทุกเมื่อ แม้ในขณะที่เขาต้องต่อสู้กับความทรมานในระหว่างการเลิกยา ถ้าคุณสามารถทำให้ ผู้ติดยาเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลิกเอง นั่นแสดงว่าคุณประสบความสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะผู้ติดยามีแนวโน้มว่าจะเลิกได้สำเร็จมากกว่าการที่คุณจะใช้วิธีขู่บังคับ หรือจับเขาไปรับการรักษาโดยไม่สมัครใจ เขาย่อมจะหาทางหนีในทุกวิถีทางทีเดียว

เมื่อผู้ติดยายืนยันว่าจะเลิก คุณต้องรีบพาเขาไปบำบัดรักษาทันที และทำตามคำแนะนำของแพทย์ อย่างเคร่งครัด และเมื่อเขาเลิกได้แล้ว คุณควรหาสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ให้เขาอยู่ห่างจากเพื่อนฝูงเก่าๆ เพราะเพื่อนอาจชักชวนให้เขากลับไปเสพยาเสพติดใหม่ครั้งอีก แม้ว่าการช่วยเหลือ ผู้ใกล้ชิดที่ติดยาจะเป็นภาระที่หนักหน่วง แต่เพื่อคนที่คุณรัก เราเชื่อว่าคุณจะเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอนค่ะ

นิ่ว

นิ่วตอนนี้ผมมีอาการปวดท้องน้อยครับ และก็ปวดบริเวณขาหนีบเป็นบางครั้ง และก็ปวดหน่วงๆบริเวณลูกอัณฑะด้วยครับ นอกจากนี้ยังปวดเอว(มากๆ) และก็ปัสสาวะขุ่นเป็นบางครั้ง ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรและควรทำยังไงดีครับ

ตอบใช่นิ่วหรือเปล่า

จากอาการที่บอกมา เกี่ยวกับปัสสาวะขุ่น และมีอาการปวดเอว ปวดหน่วงที่บริเวณลูกอัณฑะ และปวดท้องน้อยนั้น อาจจะเกี่ยวกับนิ่วในไต หรือกระเพาะปัสสาวะหรือไม่นั้น ในขั้นต้นท่านต้องสังเกตอาการเพิ่มเติมอีกคือ
1. มักมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว มีแผลในปาก หรือร้อนในหรือไม่
2. ท้องผูกหรือไม่
3. ดื่มน้ำวันละประมาณเท่าใด เพียงพอหรือไม่
4. กลั้นปัสสาวะบ่อยหรือไม่
ถ้ามีอาการทั้งสี่ประการนี้ร่วมด้วย(อาจไม่มีทุกข้อ) แสดงว่ามีพิษร้อนภายใน และปัสสาวะขัด ต้องกินยาถ่ายพิษร้อน และแก้ปัญหาท้องผูกเสียก่อน ร่วมกับดื่มน้ำมากๆ และไม่กลั้นปัสสาวะ ถ้าอาการปัสสาวะขุ่นและปวดหน่วงบริเวณลูกอัณฑะดีขึ้น แสดงว่าเกิดจากอาการและพฤติกรรม 4 ข้อข้างต้น จะต้องปรับพฤติกรรมใหม่
ส่วนอาการปวดเอวและบริเวณขาหนีบ ต้องดูว่า ขับรถเป็นเวลานานๆบ่อยไหม หรือนั่งท่าเดียวเป็นเวลานานๆ และขาดการบริหารร่างกาย แสดงว่า กล้ามเนื้อหลังและขา รวมทั้ง เส้นเอ็นและเส้นประสาทจากหลังสู่ขาแข็งตึง ขาดการยืดหยุ่น อาจใช้วิธีนวดคลายเส้น(หมอนวดที่เน้นการรักษาเส้น ไม่ใช่นวดเพื่อสุขภาพ) และกินยาคลายเส้นร่วมด้วย หลังจากนั้นก็ให้บริหารร่างกายบ่อยๆ
ถ้าลองแก้ทั้ง 4 ข้อข้างบนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ก็ต้องไปตรวจปัสสาวะ และตรวจนิ่วในไตดูว่าเป็นนิ่วหรือไตอักเสบหรือไม่

เวลาวิ่งออกกำลังกายทำไมชอบเสียดตรงชายโครง

excercise-runningผมฝึกวิ่งออกกำลังกายมาประมาณ 1 เดือนเศษแล้วครับ เริ่มแรกวิ่งประมาณ 2 กม.แล้วค่อยเพิ่มเรีอย ๆ จนปัจจุบันนี้วิ่งได้ประมาณ 6-7 กม.แล้วครับ แต่ช่วงหลังมานี้สังเกตุร่างกายผิดปกติตรงที่ ตอนเริ่มวิ่งจะมีอาการเสียดท้องตรงชายโครงด้านขวา แต่พอวิ่งไปได้สักระยะจนร่างกายเริ่มเหนื่อยอาการดังกล่าวก็หายเป็นปกติครับ(จะมีอาการตอนเริ่งวิ่งเท่านั้นครับ) และถ้าเวลาเดินเร้ว ๆ ก็จะมีอาการเสียดชายโครงเป็นบางครั้งครับ ผมไม่ทราบว่าเกี่ยวกับอะไรหรือว่าผมหักโหมกับการวิ่งมากเกินไป ร่างกายจึงประสภาพไม่ทัน ถ้าอย่างไรแล้วช่วยแนะนำด้วยนะครับว่ามีวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ

ตอบเรื่องเสียดชายโครงขวา

อาการเสียดไม่สม่ำเสมอ เป็นๆหายๆ เป็นอาการของลมเดินไม่สะดวก มีการติดขัดอยู่บางจุด ชายโครงขวาเป็นที่ตั้งของตับ สันนิษฐานว่าระบบทางเดินของเลือดลมภายในเนื้อตับมีบางส่วนติดขัดอยู่ อาจเป็นเพราะไขมันในตับบางจุด ลองทานอาหารล้างไขมัน เช่นน้ำส้มสายชูแอ็ปเปิ้ล 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำผึ้งแท้ และน้ำเปล่า รับประทานก่อนนอน ทำเช่นนี้สักอาทิตย์หนึ่ง แล้วสังเกตุดูว่ายังมีอาการเสียดหรือไม่ กรุณาแจ้งผลกลับมาด้วยค่ะ คำตอบที่ตอบนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น เพราะไม่ทราบอาการข้างเคียงอื่นๆ

1. การออกกำลังกายโดยไม่ได้อุ่นเครื่องก่อน มักทำให้ร่างกายมีความเครียด ทำให้กล้ามเนื้อมีการหดตัวทันที จึงมีอาการเสียดในช่วงแรก แต่พอเครื่องอุ่นแล้ว อาการหายไป ขอแนะนำให้วอร์มอัพ ก่อนออกอำลังกายทุกครั้งและวอร์มดาวน์ หลังออกกำลังกายทุกครั้ง โดยยืดเหยียดตัว บิดตัวช้า ก้มเอามือแตะปลายเท้าสลับกันไปมา สูดหายใจเข้าแรงๆ ช้า หายใจออกเร็วๆ สลับกับหายใจเข้าออกช้าๆ
ลองทำดูก่อนนะคะ

2. การวิ่งเพิ่มจาก2กม. เป็น6-7กม. สำหรับคุณ มากเกินไปหรือไม่ ลองสังเกตุดู
การหมั่นสังเกตตนเอง แล้วทำในทางสายกลางน่าจะให้ประโยชน์มากกว่าค่ะ

ดูแลตนเองก่อนเป็นหวัด

เป็นหวัดมีคนไข้หลายคนที่มีความสนใจวิธีการใช้ยาสมุนไพรเพื่อช่วยเหลือตนเองเมื่อรู้สึกว่าเริ่มจะไม่ค่อยสบาย

จะกล่าวถึงปัญหาเกี่ยวกับ หวัด ไข้หวัด

หากวันใดถูกฝน หรือละอองฝน อันดับแรกที่ต้องทำทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน คืออาบน้ำ สระผม ดื่มน้ำอุ่น มี 2 เหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้

1. เพื่อปรับสมดุลร่างกายภายใน และภายนอก ที่ต้องสระผมเพราะศีรษะกระทบความเย็น ในขณะที่ร่างกายตั้งแต่คอลงมามีความร้อนระอุอยู่ภายในเพราะไม่ถูกฝน อุณหภูมิส่วนหัวและส่วนตัว ไม่เท่ากัน จึงต้องอาบน้ำสระผมเพื่อปรับอุณหภูมิร่างกายกับภายนอก รับประทานข้าวต้มร้อนๆให้เหงื่อออก
2. เมื่อถูกละอองฝนก่อนฝนตกหนัก จะมีเชื้อไวรัสตกสู่ต้นคอ ทำให้เป็นหวัดได้

หลังอาบน้ำ ถ้ารู้สึกว่าร่างกายมีความชื้น เริ่ม ไอ ให้ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ ไม่ต้องเข้มมาก 1 ถ้วยก่อนนอน รักษาความอบอุ่นที่เท้า และศีรษะ

หากทำเช่นนี้แล้ว รุ่งขึ้นหรือเย็นวันนั้นมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ลมหายใจอุ่น ไอจามมีน้ำมูกแสดงว่า ไข้หวัดเริ่มเล่นงานแล้ว วิธีป้องกันไม่ให้เป็นมาก และรักษาอาการ ทำดังนี้

1. ทานยาขมเม็ดตราใบห่อ 5 เม็ด สำหรับผู้ใหญ่ เด็ก 3-4 เม็ด ก่อนนอน
2. ฟ้าทะลายโจร 2 – 3 แคปซูล (500 มก) พร้อมน้ำขิง 1 ถ้วยก่อนนอน
3. เช้า กลางวัน เย็น ทานยาตามข้อ 2

ถ้าไม่มีอาการแล้ว ก็หยุดยาได้ แต่หากว่าไข้สูงไม่ยอมลด เวลาเช้า กลางวัน เย็น ให้ทานยาขมเม็ดเพิ่มอีก

หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด มัน ทอด เนื้อสัตว์ย่อยยาก น้ำเย็นจัด ในช่วงมีไข้

ถ้ายังไม่ดีขึ้น ให้พบแพทย์ค่ะ

เคล็ดลับง่ายๆ ของการมีสุขภาพดี

healthy-lifeตอน… อัตตาหิ อัตโนนาโถ (ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน)
พุทธภาษิตดังกล่าวเป็นสากลที่ใช้ได้ในทุกเรื่อง และทันสมัยตลอดกาล คนไข้ที่เจ็บป่วยส่วนใหญ่มักจะรอให้หมอรักษา โดยหวังว่า ตนเองจะหายเมื่ออยู่ในมือหมอ ซึ่งในความเป็นจริง คนไข้บางโรคถึงหมอให้ยาดีเท่าไร หากคนไข้ไม่กินยา ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือไม่ทำตามที่หมอสั่ง โรคก็ไม่อาจหายได้

ส่วนในบางโรค แม้ไม่ต้องหาหมอแต่คนไข้ปฏิบัติตัวถูกต้องก็สามารถหายได้
ตัวอย่าง เช่น เวลาเป็นหวัด คน ที่คิดพึ่งและเชื่อแต่หมอก็จะไปหาหมอ แล้วก็ได้ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้อักเสบมา หลังจากนั้น 2-3 วันก็หาย ผลคือได้รับสารเคมีและยาปฏิชีวนะเข้าไปแล้ว บางรายอาจมีผลข้างเคียงของยา หรือในอนาคตหากเป็นอีก และเชื้อดื้อยาก็จะต้องใช้ยาที่แรงขึ้น

ส่วนคนที่รู้จักพึ่งตนเองในการดูแลสุขภาพดี ก็จะรู้ว่า ต้องนอนพักผ่อนให้พอ กินผักสด ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ดื่มน้ำอุ่นมากๆ เอาผ้าพันคอให้อบอุ่นอยู่เสมอ ถ้ามีไข้ด้วยจะใช้วิธีเช็ดตัวแทนการอาบน้ำ เพียงแค่ 2-3 วันอาการก็จะดีขึ้นโดยไม่ต้องไปหาหมอและไม่ต้องรับสารเคมี ซึ่งในอนาคตหากเป็นโรคที่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะจริงๆ ก็ไม่ต้องใช้ยาที่แรงมากก็สามารถหายได้ และไม่ต้องรับผลข้างเคียงของยา

แล้วคุณล่ะ วางตัวเองไว้อยู่ในคนกลุ่มไหน

จะเห็นได้ว่า การรักษาโรคให้หายได้นั้นอยู่ที่การรักษาส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุดอยู่ที่การปฏิบัติตัวและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล หากมีความเชื่อที่ถูกต้องและลงมือกระทำด้วย ทุกอย่างย่อมสำเร็จได้ดังใจปรารถนา พร้อมกับความภูมิใจที่เรายืนได้ด้วยขาของเราเอง

แล้วเราจะพึ่งตนเองได้อย่างไร

เคล็ดลับง่ายๆ 8 ข้อ คือ

  • อาหารดี
  • อิริยาบทสมดุล
  • สูดอากาศบริสุทธิ์
  • ไม่กลั้นอุจจาระ-ปัสสาวะ
  • ระงับโทสะ
  • ลดภาระเสพกาม
  • หาความสุขใจ
  • ปฏิบัติในสายกลาง

ขิงสด ขิงแห้ง ขิงแคลง

ขิงในตำรับยาไทยที่เกี่ยวข้องกับตัวยาใช้บำรุงธาตุ ส่วนใหญ่จะมีตัวยาในกลุ่มพิกัด เบญจกูลรวมอยู่ด้วย ผู้ที่อยู่ในวงการแพทย์แผนไทยย่อมทราบดีว่า พิกัดเบญจกูล ประกอบด้วยตัวยาห้าตัว คือ ดอกดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง และเหง้าขิงแห้ง

ตัวยาสี่ตัวแรก ไม่มีคำถามว่าเป็นตัวยาตัวใด จะมีก็แต่เหง้าขิงแห้ง ให้เป็นที่สงสัยว่า คำว่าเหง้าขิงแห้งนั้น คือขิงสดที่ตากแห้ง หรือเป็นตัวยาคนละชนิดกันมีชื่อว่าเหง้าขิงแคลง ต่อมาเสียงเพี๊ยนเป็นเหง้าขิงแห้ง

สรรพคุณของขิงสดตากแห้ง กับเหง้าขิงแห้ง นั้นแตกต่างกัน

คัมภีร์สรรพคุณยา เรื่องเกี่ยวกับพิกัดตรีผลา ตรีกฏุก ตรีสาร กล่าวไว้ว่า

ขิงแห้งนั้น มีรสอันหวาน ย่อมแก้พรรดึก แก้ไข้จับ แก้นอนมิหลับ แก้ลมพานไส้ แก้ลมแน่นในทรวง แก้ลมเสียดแทงคลื่นเหียน

ขิงสดนั้น มีรสหวาน ร้อน เผ็ด เหง้าจำเริญอากาศธาตุ ดอกแก้โรคอันบังเกิดแต่ดวงหทัย ใบแก้กำเดาให้บริบูรณ์ ต้นสกัดลมสลสู่คูถทวาร รากแก้เสียงให้เพราะ แลเจริญอาหาร

คัมภีร์สรรพคุณยา เรื่องเกี่ยวกับไม้มีคุณเสมอกัน กล่าวไว้ว่า

คุณขิงแห้ง แก้เสมหะ เจริญไฟธาตุ แก้ไอลึกในทรวงอก

ขิงสด มีรสเผ็ดร้อน แก้ลมในกองไฟธาตุให้กระจายเสีย แก้ลมพรรดึก แก้จุกเสียด แก้โรคในอก เจริญอาหาร แก้ไข้ 10 ประการให้สมบูรณ์

เป็นที่น่าสังเกตว่า ขิงแห้ง กับขิงสด นั้นเป็นตัวยาคนละตัว อาจมีข้อโต้แย้งว่า เหง้าขิงสดตากแห้งก็กลายเป็นเหง้าขิงแห้ง ในกรณีนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่า ในคัมภีร์แพทย์แผนไทย ไม่มีที่ใดจะแยกสรรพคุณตัวยาสดและสรรพคุณตัวยาแห้งให้แตกต่างกัน
ดังนั้นคำว่าขิงสด และขิงแห้ง จึงน่าจะเป็นสมุนไพรต่างชนิดกัน และมีข้อบ่งใช้ต่างกัน
ขิงแห้ง น่าจะเป็นตัวเดียวกับ ขิงแคลง ซึ่งมีการปลูกที่ระยอง จันทบุรี และทางใต้ มีลักษณะเป็นแง่งเล็ก ไหลไปตามพื้นดินปนทราย ชอบขึ้นบนคบไม้ ลักษณะแห้งๆ คนภาคใต้จึงเรียกว่า ขิงแห้ง ภาคตะวันออกเรียกว่าขิงแคลง แต่เสียงอาจเพี้ยนเป็นขิงแห้งไป
ขิงแคลงนี้ มีกลิ่นหอม รสปร่าเหมือนรสข่าใหญ่ ไม่เหมือนกลิ่นของขิงสด เนื้อในสีเหลืองอ่อนซีด ใช้ขับลมได้ดี

ผู้เขียนหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อตั้งเป็นข้อสังเกตในการปรุงยาที่มี เบญจกูล หรือตรีกฏุก หรือบางตำรับที่เขียนว่าขิงแห้ง ถ้าไปใช้เหง้าขิงแห้งจากขิงสดซึ่งนิยมใช้กันในขณะนี้ จะทำให้สรรพคุณยาที่แท้จริงของเบญจกูล หรือตรีกฏุกเปลี่ยนไป กล่าวคือ จะได้ยาที่มีรสร้อนเกินไป เพราะรากเจตมูลเพลิงนั้นร้อนมาก ถ้าใช้ขิงสดแห้ง ก็จะเพิ่มความร้อน สังเกตได้ว่าทานขิงมากๆทำให้ร้อนในได้ แต่หากใช้เหง้าขิงแคลงซึ่งกระจายลมได้ดีกว่า จะทำให้รสร้อนของเจตมูลเพลิงกระจายทั่วร่างกาย หรือหากไม่มีเหง้าขิงแคลง ก็ใช้เหง้าขิงสดแห้งได้ในอัตราส่วนครึ่งหนึ่งของสูตรยาเดิม

เรื่องนี้เสนอให้แพทย์แผนไทยพิจารณาดู เพราะการให้ยาร้อนเกินไปสำหรับคนไข้ในภูมิประเทศร้อนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องระวัง

ยาเดี่ยว ยาตำรับ

ยาสมุนไพรข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขว่า กระทรวงฯจะรับสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนฯที่ทรงห่วงใยในสุขภาพคนไทยและ ทรงโปรดให้มีการใช้ยาสมุนไพรมากขึ้น โดยรณรงค์ให้คนไทยใช้ยาสมุนไพรแทนยาแผนปัจจุบัน ตั้งเป้าอีก 5 ปี ทุกโรงพยาบาลต้องใช้สมุนไพร 25% ของยาทั้งหมด

ผู้อยู่ในวงการแพทย์แผนไทยอย่าเพิ่งดีใจไปว่า ยาสมุนไพรไทยจะเติบโตได้ ตราบใดที่การพัฒนายาสมุนไพรไทยยังใช้แนวคิดการตรวจวิเคราะห์ยาในห้องทดลอง ทางวิทยาศาสตร์เหมือนยาของการแพทย์ปัจจุบัน วงการยาสมุนไพรไทยที่แท้จริงก็ไม่มีวันเกิด

ทุกวันนี้ คนไทยรู้จักยาสมุนไพรในรูปของยาเดี่ยว (หมายถึงมีตัวยาชนิดเดียวใน 1 แคปซูล) เช่น ยาแคปซูลขมิ้นชัน ยาแคปซูลบอระเพ็ด ยาแคปซูลหญ้าใต้ใบ ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจร ยาแคปซูลเถาวัลย์เปรียง ฯลฯ โรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งช่วยกันผลิตยาสมุนไพรเดี่ยว พร้อมโฆษณาสรรพคุณยาเต็มเหยียด อ่านแล้วชวนให้เคลิ้มได้ว่า ยาอะไรจะวิเศษอย่างนี้ แค่สมุนไพรตัวเดียวแก้ได้สารพัดอย่าง ยิ่งผลิตมาจากโรงพยาบาล ยิ่งน่าเชื่อถือ ไปหาซื้อกันมารับประทานเหมือนทานของเล่น เมื่อใช้ไม่ได้ผลก็โยนทิ้งอย่างไม่เสียดาย

อยากจะตะโกนบอกผู้บริโภคว่า อย่าเพิ่งเชื่อ 100% นะ สรรพคุณสมุนไพรที่เขาบรรยายนั้นถูกต้อง แต่จะใช้ได้ผลหรือไม่ ขึ้นกับความสามารถในการใช้ยาของผู้จ่ายยาซึ่งจะต้องเข้าใจสมุฏฐานของโรคตาม แนวคิดแพทย์องค์รวม

ตำรับยาไทยนั้น ไม่เคยปรากฎการใช้ยาเดี่ยว ยาสมุนไพรไทยต้องเป็นยาตำรับเท่านั้น ยาตำรับหมายถึงอะไร

หมายถึงสมุนไพรตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปมารวมกัน ประกอบด้วย สมุนไพรใช้เป็นยาตรง สมุนไพรใช้เป็นยาช่วย สมุนไพรใช้เป็นยาประกอบ สมุนไพรใช้เป็นยาชูรสชูกลิ่น ทั้งหมดนี้ประกอบกันขึ้นมาเรียกว่า ยาตำรับ

จากสมุนไพรเดี่ยว 1 ชนิด ได้มาจากใบไม้ รากไม้ ผล ดอก ถ้าจะให้ได้สรรพคุณทางยาเพิ่ม ต้องมีสมุนไพรบางชนิดเข้ามาเสริม จึงจะทำให้ยานั้นมีประสิทธิภาพในการรักษา บางกรณีการเสริมยาเพื่อป้องกันอาการข้างเคียง บางกรณีการเสริมยาเพื่อช่วยให้รับประทานยาได้ง่ายขึ้น นี่คือภูมิปัญญาของการผลิตยาสมุนไพรไทย

ผู้เขียนเป็นห่วง กระแสการพัฒนายาสมุนไพรไทยจะมีเพียงยาเดี่ยว และจ่ายยาออกไปโดยผู้ไม่เข้าใจแพทย์แผนไทย จะนำมาซึ่งความเสื่อมถอย ความไม่เชื่อถือยาสมุนไพรไทย เพราะการเข้าไม่ถึงจิตวิญญาณของยาไทย

หากจะใช้ยาเดี่ยว ผู้จ่ายยาควรแนะนำให้ใช้ยามากกว่า 1 ชนิดในคราวเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ใช้ฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาหวัด น้ำมูกไหล ต้องทานฟ้าทะลายโจรร่วมกับน้ำขิง หรือใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาอาการท้องเสีย ควรใช้คู่กับยาหอม เป็นต้น